รังนิกชมกรีนวู้ดมีฝีเท้ายอดเยี่ยมเกินวัย

Getty Images

    ราล์ฟ รังนิก ผู้จัดการทีมชั่วคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวยกย่อง เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าดาวรุ่งของทีมว่าเป็นคนที่มีฝีเท้ายอดเยี่ยมมากๆ หลังจากที่ กรีนวู้ด เพิ่งทำประตูได้ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอฟ นัดที่ "ปีศาจแดง" เสมอกับ ยัง บอยส์ 1-1 เมื่อวันพุธที่ 8 ธันวาคม ที่ผ่านมา

    ในนัดดังกล่าว กรีนวู้ด ได้รับโอกาสเป็นตัวจริงหลังจากที่ รังนิก ตัดสินใจพักนักเตะหลายราย ซึ่งเขาก็ยิงประตูสุดสวยให้ทีมขึ้นนำได้ตั้งแต่นาทีที่ 4 โดยหลังจากนั้นดาวเตะชาวอังกฤษยังมีชอตเล่นเกมรุกที่ดีอีกหลายหนด้วย

    รังนิก กล่าวว่า "ผมคิดว่าวันนี้เขาแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้มีคุณภาพแค่ในด้านการทำประตูเท่านั้น แต่ยังทำได้ดีในการผ่านบอลด้วยหลังจากที่เขาสร้างโอกาสให้กับ ฆวน มาต้า ได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงสุดๆ เขาเล่นได้ทั้งเท้าซ้าย, เท้าขวา และครองบอลได้ดี แถมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาก็เป็นคนที่ผ่านบอลให้ เฟร็ด ทำประตูได้อีกต่างหาก มันแสดงให้เห็นถึงความคงเส้นคงวาที่ดี"

    "ตอนนี้เขาต้องพัฒนาเรื่องสรีระทางร่างกายต่อ แต่ในด้านเทคนิคแล้วน่ะเขาถือว่าเป็นนักเตะที่เก่งมากๆ สำหรับคนที่มีอายุน้อยแบบเขา ตอนนี้งานของผมคือการพัฒนาเขาให้ได้, ทำให้เขาเป็นนักกีฬาที่ดีให้ได้ ถ้าเขาสามารถทำอย่างนั้นได้แล้วล่ะก็ เขาก็สามารถเป็นตัวจริงให้กับสโมสรนี้ได้แน่นอน"

    พอโดนถามเพิ่มว่า กรีนวู้ด เก่งแค่ไหนหากเทียบกับ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ แล้วนั้น รังนิก ก็ตอบว่า "พวกเขาเป็นกองหน้าที่ต่างกันนะ สำหรับผมแล้ว เออร์ลิง เป็นกองหน้าตัวเป้าที่สามารถยืนคนเดียวได้ หรือยืนคู่กับกองหน้าอีกคนในระบบ 4-4-2 ก็ได้ ขณะที่ เมสัน ออกแนวเป็นประเภทเบอร์ 9 คนึ่งหนึ่ง เขาสามารถเป็นกองหน้าได้โดยที่ขณะเดียวกันก็ไปยืนเป็นตัวริมเส้นได้ เขายังสามารถยืนคู่กับกองหน้าคนอื่นได้ด้วย เขามีเทคนิคที่ดีมากๆ และยังเล่นได้ทั้งเท้าซ้ายกับเท้าขวา"

    "อย่างที่ผมบอกไปว่าในบางครั้งเขายังดูไม่สมกับระดับของการเป็นนักกีฬาที่ดี ผมคิดว่าผมต้องพัฒนาเรื่องสรีระทางร่างกายของเขา แต่ในด้านเทคนิคแล้วน่ะต้องบอกว่าเขาเล่นกับบอลได้ยอดเยี่ยมมากๆ ดังนั้นผมเลยไม่ค่อยกังวลเรื่องเทคนิคของเขามากนัก เราต้องพัฒนาสรีระและสภาพจิตใจของเขาเพื่อให้เขามีสภาพที่แกร่งที่สุดเท่าที่เขาพอจะเป็นได้ ถ้าเราสามารถทำอย่างนั้นได้ล่ะก็ เขาก็สามารถยัดตำแหน่งตัวจริงได้ และจะกลายเป็นนักเตะที่มีค่าสำหรับสโมสรของเราในอนาคตด้วย"


>