ฝันที่ไรีเดียงสา!โซลชาร์ปลื้มเซ็น 3 ปีคุมผีถาวร

Getty Images

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กล่าวว่าเขาทำงานเป็นโค้ชเพื่อหวังได้คุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่แขวนสตั๊ด และตอนนี้ได้เติมเต็มความฝันที่เรียกได้ว่า "สุดโง่หรือไร้เดียงสา" ของตัวเอง

ผีแดงประกาศแต่งตั้งบิ๊กบอสรักษาการชาวนอร์เวย์ขึ้นเป็นกุนซือถาวรด้วยสัญญา 3 ปีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่้ยมนับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมแทน โจเซ่ มูรินโญ่ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

โซลชาร์ ที่ก่อนหน้านี้เป็นกุนซือของทีม โมลด์ ในบ้านเกิด จะได้นั่งแท่นบอสใหญ่ในทีมที่เขาเคยเล่นให้มา 366 นัด เขาคุมทีมชนะรวด 8 นัดแรก รวมทั้งพาทีมล้ม ปารีส แซงต์-แขร์กแมง ได้แบบสุดช็อกผ่านเข้ารอบ 8 ทีมแชมเปี้ยนส์ ลีก

และตอนนี้ โซลชาร์ สามารถเริ่มวางแผนระยะยาวสำหรับงานที่เขาบอกว่าเขาต้องการมานับตั้งแต่แขวนสตั๊ด โดยมีเป้าหมายที่จะฟื้นฟูยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีกให้กลับมาเกรียงไกรในยุโรปอีกครั้ง

"นั่นเป็นความต้องการของยูไนเต็ด ที่จะประสบความสำเร็จ" โซลชาร์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับแอปอย่างเป็นทางการของทีม

“การพยายามพัฒนา ชนะถ้วยรางวัล นั่นเป็นความท้าทายอีกประการหนึ่งสำหรับเรา และเราต้องการที่จะท้าทายสิ่งเหล่านี้ทุกฤดูกาลกาลนับจากนี้เป็นต้นไป"

“ผมจะไม่พูดว่าใช่ ถ้าผมไม่ได้ตั้งตารอคอยงานนี้ และถ้าผมไม่เชื่อในสโมสรและศักยภาพในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ผมรู้สึกและหวังว่าผมจะทำงานนี้ได้อย่างยุติธรรม นั่นคือสิ่งแรกที่ผมถามตัวเองเมื่อผมได้รับสายเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และหวังว่าตอนนี้ผมจะสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้"

“ตื่นเต้นมาก มันแน่นอนอยู่แล้ว ทุกวันเป็นความท้าทายและการทดสอบ แน่นอนว่าเรามีเกมกับวัตฟอร์ดในวันเสาร์ เรามีเกมกับวูล์ฟส์ พวกเขาเป็นสองคู่แข่งที่ดีที่สุดที่เหลืออยู่ในซีซั่นนี้  7-8 เกมมันสั้นมาก นั่นคือสิ่งที่ผมให้ความสำคัญ"

“จากนั้นสิ่งที่กำลังมาถึงคือการปรับปรุงทีมในตลาดซื้อขายซัมเมอร์ และพูดคุยกับผู้เล่นเกี่ยวกับแนวทางที่เราต้องการเข้าใกล้ในฤดูกาลหน้า"

“แน่นอนผทได้คุยกับ (รองประธานบริหาร) เอ็ด (วู้ดเวิร์ด) และสโมสร กับความคิดของผมสำหรับอนาคต - ตอนนี้ไม่มากก็น้อยที่ผมจะตัดสินใจ"

“ผมตั้งตาคอยที่จะทำมัน หากคุณไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ทำงานให้กับสโมสรแห่งนี้ นั่นมันผิด และผมก็แทบอดใจรอไม่ไหว"

“เราเคยพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน แต่ผมได้เตรียมพร้อม จะมากหรือน้อยมาตลอดชีวิต มันโง่หรือไร้เดียงสาจริงๆที่จะฝันถึงงานนี้”