ซาร์รี่เชื่อบอร์ดยูเวนตุสไม่เด้งตน

Getty Images

    เมาริซิโอ ซาร์รี่ เทรนเนอร์ ยูเวนตุส แสดงความเชื่อว่าบอร์ดบริหารจะไม่ปลดตนเพียงเพราะว่าทีมตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายอย่างแน่นอน

    อนาคตของ ซาร์รี่ ตกเป็นประเด็นร้อนตลอดช่วงที่ผ่านมา เพราะถึงแม้จะพาทีมคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ แต่ผลงานโดยรวมของทีมก็ไม่ได้ยอดเยี่ยมเท่าไหร่ ซ้ำร้ายก่อนหน้านี้ยังชวดแชมป์ โคปปา อิตาเลีย ด้วย ทำให้หลายคนมองว่าผลงานใน แชมเปี้ยนส์ ลีก จะเป็นตัวตัดสินอนาคตของเขา

    ทั้งนี้ ในการลงเล่นนัดสองที่สนาม อัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม เมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมานั้น ยูเวนตุส เจอกับงานหนักพอตัว เพราะในนัดแรกแพ้ โอลิมปิก ลียง ไปก่อน 0-1 และในนัดนี้ ลียง ก็ขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 12 จากลูกจุดโทษของ เมมฟิส เดอปาย อีก แม้ว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะเหมา 2 ลูกให้เจ้าถิ่นในนาทีที่ 43 กับ 60 จนทำให้ ยูเวนตุส ชนะในเกมนี้ แต่สุดท้าย ยูเวนตุส ก็ตกรอบด้วยกฎประตูทีมเยือน หลังจากสกอร์รวม 2 นัดเสมอกัน 2-2

    "ผมไม่คิดว่าผู้บริหารระดับสูงจะตัดสินใจเรื่องสำคัญด้วยเกมแค่เกมเดียวหรอก พวกเขาจะประเมินผลงานของทั้งฤดูกาล ส่วนตัวผมมองว่านี่เป็นคำถามที่ดูหมิ่นกันมากๆ ไม่ใช่กับผมหรอกนะ แต่เป็นการดูหมิ่นต่อเหล่าผู้บริหารต่างหาก ผมยังมีสัญญาเหลืออยู่ ผมจะเคารพสัญญานั้น และไม่คิดว่าจะเจออะไรทั้งนั้น (หมายถึงไม่คิดว่าบอร์ดบริหารจะปลดเขา)" ซาร์รี่ ระบุ

    อดีตนายใหญ่ นาโปลี และ เชลซี เสริมว่าพอใจกับผลงานของลูกทีมในวันนี้แล้ว แม้ว่าจะต้องตกรอบก็ตาม "ตอนแรกผมไม่คิดว่าเราจะเล่นได้ดีขนาดนี้ด้วยซ้ำ ผมคิดว่าเราโชว์ฟอร์มกันได้ยอดเยี่ยมเลย เราต้องตามหลังไปก่อนจากลูกจุดโทษตั้งแต่ในนาทีที่ 10 ซึ่งที่จริงมันอาจจะทำให้เราสติแตกได้เลย แต่เราก็กลับมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ, เอาชนะได้, สร้างโอกาสทำประตูได้ 6 หรือ 7 ครั้ง"

    "ทีมของเราฟื้นฟูตัวเองได้ตลอดช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และถ้าพวกเขาไม่ท้อแท้จากการที่ต้องตกรอบแล้วล่ะก็ ผมกบอกเลยว่าส่วนตัวแล้วผมพอใจกับฟอร์มของพวกเขามากๆ น่าเสียดายที่เราต้องตกรอบจากผลการแข่งขันในนัดแรก หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือจากครึ่งแรกขจองนัดแรก มันเป็นรายการที่ไม่ปรานีต่อใครทั้งนั้น เพราะขนาดเราเล่นได้ยอดเยี่ยมในรายการนี้เรายังตกรอบเลย"

    "ในช่วงเวลานี้ของปีน่ะเราไม่มีทางมีสภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยมได้อยู่แล้ว น่าเสียดายที่ตลอดทั้งปีนี้เราไม่ได้ทำอะไรที่มันเป็นไปตามหลักการกันเท่าไหร่ เราต้องอยู่ที่บ้านนาน 1 เดือน ซึ่งบางคนสามารถซ้อมได้ แต่บางคนต้องโดนกักตัว มันไม่ง่ายเลยที่จะทำให้ทุกคนในทีมทำงานร่วมกันได้"

    "ผมรู้สึกว่าวันนี้ทีมกลับมาชาร์จพลังได้ในรูปแบบที่เหมาะสม บางทีเรื่องประสาทและสภาพจิตใจอาจจะเป็นแรงกระตุ้นให้เรามากกว่าเรื่องความฟิตทางร่างกายก็ได้ ถ้าผมมองข้ามเรื่องความผิดหวังของการที่ตกรอบแล้วล่ะก็ ผมก็บอกเลยว่าผมพอใจกับฟอร์มของทีมในช่วงเย็นของวันนี้มากๆ เพราะพวกเขาแสดงให้เห็นถึงบุคลิกที่ยอดเยี่ยม และทุ่มเทสุดตัว ถ้าเราไม่ตกรอบแล้วล่ะก็ คืนนี้ผมก็คงได้กลับบ้านแบบมีความสุขสุดๆ แน่ๆ"