คอนเต้ชูสปิริตอินเตอร์สุดแจ่มหลังชนะกลัดบัค

Getty Images

   อันโตนิโอ คอนเต้ เทรนเนอร์ อินเตอร์ มิลาน ยอดสโมสรแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี กล่าวยกย่องลูกทีมที่เล่นด้วยสปิริตอันยอดเยี่ยมจนทำให้พวกเขาบุกไปชนะ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 3-2 ถึงสนาม สตาดิโอน อิม โบรุสเซีย พาร์ค ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี เมื่อวันอังคารที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา

    เกมนี้ อินเตอร์ นำก่อนจาก มัตเตโอ ดาร์เมียน ในนาทีที่ 17 ก่อนที่ กลัดบัค จะตีเสมอได้จาก อเลสซาน เพลอา ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก แต่ในครึ่งหลัง โรเมลู ลูกากู มาทำ 2 ลูกให้ทีมเยือนในนาทีที่ 64 กับ 73 แม้ว่า เพลอา จะไล่ตีตื้นให้เจ้าถิ่นได้ในนาทีที่ 75 แต่ก็ได้แค่นั้น ทำให้ อินเตอร์ เก็บเพิ่มเป็น 5 คะแนน จากการลงเล่น 5 นัด และยังมีโอกาสผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้อยู่

    คอนเต้ เผยว่า "กลัดบัค กำลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทั้งใน บุนเดสลีกา และใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ถ้าคุณไม่เล่นด้วยแท็กติกที่ดี, ไม่มีสภาพร่างกายที่เหมาะสม และไม่มีบุคลิกในการลงเล่นที่ดีแล้วล่ะก็ คุณก็ไม่มีทางบุกมาชนะที่นี่ได้หรอก เราสมควรชนะแล้ว และที่จริงเราไม่ควรจะเจอสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงในช่วงท้ายเกมด้วยซ้ำ เราเอาชนะแชมป์กลุ่มได้และยังมีโอกาสเข้ารอบอยู่"

    "ผมอยากจะขอบใจลูกทีมมากๆ พวกเขาแสดงให้เห็นถึงสปิริตที่เหมาะสม เมื่อพวกเขาลงเล่นด้วยความที่ต้องการช่วยเหลือกันและกันแบบนี้ รวมถึงเป็นทีมที่แท้จริงแล้วน่ะ เมื่อนั้นเราก็จะสร้างปัญหาให้คู่แข่งของเราได้เลย สิ่งที่ผมมเรียกร้องจากลูกทีมทุกคนก็คือให้พวกเขายกระดับความรับผิดชอบของตัวเองให้ได้ เพราะถ้าพวกเขาทุกคนทำอย่างนั้นได้เราก็จะกลายเป็นทีมที่มีความทะเยอทะยานสูงสุดๆ ฟอร์มการเล่นแบบนี้เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าเรามีความเป็นทีมที่ดี, มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน, ทำงานด้วยแนวทางเดียวกัน รวมถึงแสดงให้เห็นว่าเราอยากทำให้แฟนๆ ของเรามีความสุข"

    "การเสียประตูตีเสมอในช่วงก่อนพักครึ่งทั้งที่เรากำลังเล่นได้ดีมันสามารถส่งผลเสียกับเราได้เลย ในช่วงพักครึ่งเราวิเคราะห์สถานการณ์บางสถานการณ์กัน เพราะเราทำพลาดในช่วงก่อนพักครึ่ง แต่ลูกทีมของผมก็ต้องการแรงสนับสนุนจากผมในช่วงนั้น ผมบอกกับพวกเขาว่าเราต้องเดินหน้าต่อไป และหาคุณภาพของเราแบบที่ทำในช่วงต้นเกมให้เจออีกครั้ง ถ้าเราทำอย่างนั้นได้เราก็จะได้รับชัยชนะเป็นรางวัลตอบแทน ผมดีใจที่ผมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าตัวเองพูดถูก เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คนเป็นโค้ชพูดบางอย่างแต่มันไม่เกิดขึ้นจริงๆ แล้วน่ะ คุณก็อาจจะเสียความเชื่อมั่นจากลูกทีมได้เลย!"