Getty Images

ลิเวอร์พูล v แมนฯซิตี้ : มนต์ขลังแห่งแอนฟิลด์พร้อมต้อนรับจ่าฝูง

ลิเวอร์พูล v แมนฯซิตี้ : มนต์ขลังแห่งแอนฟิลด์พร้อมต้อนรับจ่าฝูง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นำทัพแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกไปเยือนลิเวอร์พูลของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ในวันอาทิตย์นี้ จ่าฝูงพรีเมียร์ลีกที่มีสถิติสุดแย่ในการมาเล่นที่แอนฟิลด์ จะเอาตัวรอดได้อย่างไร?

เรือใบปีนี้มาแบบสุดแกร่ง เกมเยือนไม่ใช่ปัญหาเพราะบุกไปชนะเชลซีที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และแมนฯยูไนเต็ดที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดมาแล้ว แต่สถิติของพวกเขาในการไปเยือนแอนฟิลด์ บอกได้เลยว่าเกมวันอาทิตย์นี้ไม่ง่ายแน่นอน

คาดว่า คล็อปป์ เตรียมจะประเดิมส่ง เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ลงเล่นพรีเมียร์ลีกเป็นนัดแรก หลังโขกประตูชัยให้ทีมเอาชนะเอฟเวอร์ตัน 2-1 ในบอลถ้วยเอฟเอ คัพมาแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน

หงส์แดงไม่แพ้มา 13 นัดติดต่อกันที่บ้านตัวเอง และ ซิตี้ ต้องรีดฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองถ้าไม่อยากจะผิดหวังซ้ำซากเหมือนเดิมในการมาเยือนแอนฟิลด์ ดังตัวเลขที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้

สถิติเฮด-ทู-เฮด และ ชนะมากที่สุด

ซิตี้มาชนะครั้งล่าสุดที่แอนฟิลด์ต้องย้อนไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2003 ที่เหลือเสมอ 4 แพ้ไป 10 ในการพบกัน 14 นัดหลังสุด และแพ้รวดใน 4 นัดที่ผ่านมา

ชัยชนะ 2-1 ของเรือใบในเกมนั้น ต้องขอบคุณประตูท้ายเกมของนิโคล่าส์ อเนลก้า เป็นการมาชนะเกมเดียวที่แอนฟิลด์ในพรีเมียร์ลีก 20 ครั้งหลังสุด แพ้ไป 14 เสมอ 5

และสถิติทั้งหมดในการเจอกันในพรีเมียร์ลีก หงส์แดงข่มชัดเจน ชนะ 18 ต่อ 8 และเสมอ 15

แต่การเจอกันในซีซั่นนี้นัดแรกที่เอติฮัด สเตเดี้ยมเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซิตี้กระซวกยับ 5-0 และถ้าเอาชนะได้อีกครั้งในเกมวันอาทิตย์นี้ จะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาชนะหงส์แดงได้ 2 นัดติด หลังก่อนหน้านี้ 4 นัดเป็นทีมจากเมอร์ซี่ย์ไซด์ที่ชนะรวดทั้งหมด ระหว่าง 1 มีนาคม 2015 ถึง 31 ธันวาคม 2016

ชัยชนะ 5-0 ของแมนฯซิตี้เมื่อต้นซีซั่น เป็นการชนะด้วยสกอร์มากที่สุดเหนือลิเวอร์พูล ทีมที่เคยถล่มชนะพวกเขา 6-0 เมื่อตุลาคม 1995 ซึ่งก่อนหน้านั้นสัปดาห์เดียว ซิตี้ก็แพ้ยับที่แอนฟิลด์ 4-0 ในถ้วยลีกคัพ

ย้อนกลับไปในปี 1936-37 เป็นครั้งเดียวที่ ซิตี้ เอาชนะลิเวอร์พูลได้ทั้งสองนัด และปีนั้นพวกเขาคว้าแชมป์ไปครอง

ท็อปสกอร์

ตำนานแอนฟิลด์อย่าง เอียน รัช ยิงมากที่สุดใส่แมนฯซิตี้ ที่จำนวน 8 ประตู ในเกมพรีเมียร์ลีก

ขณะที่ เซร์จิโอ อเกวโร่ ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของเรือใบ ซัลโวใส่หงส์แดง 6 ประตูจาก 11 นัด ซึ่งทั้งหมดที่ยิงได้เกิดขึ้นในเอติฮัด สเตเดี้ยม

ไมเคิล โอเว่น ยิง 5 ประตูจากแค่ 4 เกมให้ลิเวอร์พูลเจอกับแมนฯซิตี้ รวมทั้งแฮตทริกเมื่อเดือนกันยายน 2002 ที่เมน โร้ด

สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ คืออีก 2 แข้งหงส์แดงที่ทำได้ 4 ประตูกับเรือใบ
 

ลงเล่นมากที่สุด

เจอร์ราร์ด คือนักเตะที่ลงเล่นไปมากที่สุดยามเมื่อทั้งสองทีมนี้เจอกันคือ 23 นัดในพรีเมียร์ลีก ตามมาด้วย เจมี่ คาร์ราเกอร์ ที่่จำนวน 18 นัด

โจ ฮาร์ท เฝ้าเสามากที่สุด 15 นัดให้ซิตี้ตอนดวลหงส์ เท่ากับ มาร์ติน สเคอร์เทล และ เปเป้ เรน่า สองแข้งลิเวอร์พูล

เจมส์ มิลเนอร์ ลงเล่นไป 14 ครั้งให้ซิตี้ แต่เขาจะมีชื่ออยู่ฝ่ายตรงข้ามถ้าถูกส่งลงสนามในวันอาทิตย์นี้ มิลเนอร์คือ 1 ใน 14 แข้งที่เคยเล่นให้ทั้งสองทีมในพรีเมียร์ลีก รวมทั้ง อเนลก้า และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง คือรายล่าสุดที่ย้ายระหว่างทั้งสองทีม และการคืนแอนฟิลด์ในวันอาทิตย์นี้อาจมีเสียงโห่ใส่เป็นการต้อนรับ นอกจากนั้นยังมี เคร็ก เบลลามี่,ไนเจล คลัฟ,สตีฟ แม็คมานามาน และ มาร์ก เคนเนดี้

อัลเบิร์ต ริเอร่า,แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์,มาริโอ บาโลเตลลี่ และ โคโล ตูเร่ คือแข้งซิตี้ ที่ย้ายไปแอนฟิลด์ ขณะที่ ดีทมาร์ ฮามันน์ และ เดวิด เจมส์ ย้ายไปที่แมนเชสเตอร์

คล็อปป์ v กวาร์ดิโอล่า
ขณะที่ โจเซ่ มูรินโญ่ และ อันโตนิโอ คอนเต้ คือคู่ปะทะฝีปากที่ไม่มีใครยอมใคร แต่สำหรับ คล็อปป์ และ กวาร์ดิโอล่า กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่แม้ว่าทั้งคู่จะอ่อนน้อมถ่อมตนใส่กัน แต่ส่วนลึกคือความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะกันให้ได้

ไม่มีโค้ชคนไหนที่จะเอาชนะกวาร์ดิโอล่าได้มากไปกว่าคล็อปป์ มีเพียงมูรินโญ่ที่ชนะได้ 4 ครั้งเท่ากัน

ตอนที่กวาร์ดิโอล่าคุมบาเยิร์น มิวนิค และ คล็อปป์คุมดอร์ทมุนด์ ทั้งสองคนกินกันไม่ลงชนะไปฝ่ายละ 5 ครั้งเท่ากัน และ 1 ใน 2 นัดที่เสมอกันนั้น  เสือเหลืองดวลจุดโทษชนะเสือใต้ ในรอบรองชนะเลิศเดเอฟเบ โพคาล ปี 2015

ทั้งสองเทรนเนอร์ ข้ามฟากมาคุมทีมในพรีเมียร์ลีกได้อย่างน่าประทับใจ และการดวลกันในวันอาทิตย์นี้จะเป็นอีกหนึ่งแมตช์แห่งความทรงจำได้อย่างแน่นอน!