22 วันอันตราย!ไก่,PSG,สิงห์,นาโปลี,ซิตี้ ส่องหงส์ฝ่าด่านหฤโหด

Getty Images

ลิเวอร์พูล ออกสตาร์ทพรีเมียร์ลีกซีซั่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชนะ 4 นัดรวดนำเป็นจ่าฝูง ทำให้ทีมของเยอร์เก้น คล็อปป์ ได้รับการคาดหวังว่านี่จะเป็นฤดูกาลที่โดดเด่นของพวกเขา

จากรองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หงส์แดงลงตลาดซื้อขายในซัมเมอร์ที่ผ่านมาได้อย่างน่าประทับใจ ตรงจุด ทั้งนายทวาร อลิสสัน เบ็คเกอร์ จากโรม่า,นาบี้ เกอิต้า จากไลป์ซิก,ฟาบินโญ่ จากโมนาโก และ เซอร์ดาน ชากิรี่ จากสโต๊ค

คล็อปป์ กุนซือที่เคยคว้าแชมป์บุนเดสลีกา เยอรมัน มาแล้ว 2 สมัยกับดอร์ทมุนด์ ยังทำแบบนั้นไม่ได้ในดินแดนผู้ดี ขณะที่ เครื่องจักรสีแดง รอคอยแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 19 ปี นับตั้งแต่ซีซั่น 1990-91

เราจะมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนมากขึ้นว่าทั้งหมดนี้จะไปในทิศทางไหน กับโปรแกรมที่สุดหฤโหดเดือนกันยายน-ตุลาคม กุนซือชาวเยอรมนีจะนำทัพหงส์แดงฝ่าด่านยากทั้งในพรีเมียร์ลีกและแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ไปได้ดีแค่ไหน?

15 กันยายน – สเปอร์ส (เยือน)
แม้ว่าจะมีช่วงปิดฤดูกาลที่เงียบสนิทในตลาดซื้อขาย แต่ท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์ส ก็ยังสถาปนาตัวเองเป็นหนึ่งในทีมลุ้นแชมป์ ด้วยผลงานบุกชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาโอลด์ แทรฟฟอร์ด 3-0 แม้ว่านัดล่าสุดทีมของกุนซือเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ จะซวนเซเล็กน้อยแพ้ให้กับ วัตฟอร์ด 2-1 แต่เกมเยือนเวมบลีย์นัดนี้ของลิเวอร์พูล ที่พวกเขาเคยมาแพ้ที่นี่ 4-1 เมื่อตุลาคมปีที่แล้ว รับประกันงานโหดที่ต้องเจอะเจอ

18 กันยายน– ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (เหย้า)
แอนฟิลด์จะต้อนรับการมาเยือนของทีมจากเมืองหลวงฝรั่งเศส เปแอสเช คือหนึ่งในทีมเต็งแชมเปี้ยนส์ ลีกอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าลิเวอร์พูลมี 3 แนวรุก โมฮาเหม็ด ซาลาห์,ซาดิโอ มาเน่,โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่ว่ากันว่าดีที่สุด แต่ชื่อของ เนย์มาร์,คีเลียน เอ็มบัปเป้,เอดินสัน คาวานี่ อาจเหนือกว่าบนหน้ากระดาษด้วยซ้ำ และภายใต้การนำของกุนซือโธมัส ทูเคิล ที่สืบทอด เยอร์เก้น คล็อปป์ ทั้งที่ ไมนซ์ และ ดอร์ทมุนด์ การดวลกึ๋นกันครั้งนี้จึงน่าติดตามยิ่งนัก เมื่อเกมรุกสะเด่าด้วยกันทั้งคู่ เกมป้องกันอาจเป็นคำตอบ

29 กันยายน– เชลซี (เยือน)
หลังเกมกับเปแอสเช จะมีเกมต้อนรับ เซาแธมป์ตัน ทีมที่มีแข้งหงส์แดงหลายคนที่จะเจอทีมเก่า (เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค,เดยัน ลอฟเรน,อดัม ลัลลาน่า,นาธาเนี่ยล ไคลน์) หลังจากนั้นจะเป็นเกมบอลถ้วยอีเอฟแอล คัพกับ เชลซี ที่แอนฟิลด์ ที่เหมือนกับเกมอุ่นเครื่องของทั้งสองทีมในการใช้ทีมชุดสองลงเล่น แต่ของจริงจะเป็นเกมถัดไปในพรีเมียร์ลีกที่จะเจอกันอีกครั้ง คราวนี้โยกไปที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทีมสิงโตน้ำเงินครามภายใต้กุนซือใหม่ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่พาทีมชนะรวด 4 นัดเช่นเดียวกัน ด้วยแท็คติกเพรสซิ่งสูงไม่ต่างจาก คล็อปป์ จับตา จอร์จินโญ่ อาจเป็นกุญแจสำคัญ

3 ตุลาคม– นาโปลี (เยือน)
นาโปลี อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนจาก "ซาร์รี่บอล" ภายใต้โค้ชใหม่ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือจอมแท็คติกพาทีมออกสตาร์ทกัลโช่ เซเรีย อาได้อย่างเข้าตา บุกชนะลาซิโอ 2-1 ต่อด้วยเปิดบ้านเฉือน เอซี มิลาน 3-2 ก่อนจะเสียฟอร์มบุกไปโดน ซามพ์โดเรีย ทุบ 3-0 อย่างไรก็ตามทีมอัซซูร่า คือหนึ่งในทีมลุ้นสคูเด็ตโต้เหมือนเดิมอย่างไม่มีข้อครหา ด้วยนักเตะอย่าง มาเร็ค ฮัมซิค,ดรีส เมอร์เท่นส์,ซิโมเน่ เวอร์ดี้ และ ลอเรนโซ่ อินซิเญ่ ลิเวอร์พูลจะต้องต่อสู้กับบรรยากาศการเชียร์ของแฟนบอลเจ้าถิ่นที่อึกทึกครึกโครมที่สุดในซาน เปาโล

7 ตุลาคม– แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (เหย้า)
นี่คือคู่เอกตัวจริงเสียงจริงในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ ลิเวอร์พูล คือความหม่นหมองบางๆในความยิ่งใหญ่ของ เรือใบสีฟ้า ที่คว้าแชมป์เมื่อซีซั่นก่อนแบบลอยลำ เมื่อ คล็อปป์ พาทีมเอาชนะ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ 3 จาก 4 นัดที่เจอกันทั้งในลีกและแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีม อย่างไรก็ตาม หงส์แดง ต้องคำนึงถึงช่องว่างความห่าง 25 คะแนน ว่าจะย่อมันลงได้อย่างไร และจอมวางแผนอย่าง เป๊ป จะมาที่แอนฟิลด์ด้วยความแยบยลอย่างสุดใจขาดดิ้น